สถิติ
เปิดเมื่อ30/05/2017
อัพเดท21/09/2017
ผู้เข้าชม80
แสดงหน้า240
เมนู
สินค้า
ปฎิทิน
October 2017
Sun Mon Tue Wed Thu Fri Sat
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
    
AdsOne.com

ข่าวสารด้านการศึกษา

อ่าน 12 | ตอบ 0
“บุญรักษ์”เชื่อ 110 ผอ.สพท.ใหม่ สร้างความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ได้แน่ หลังเปลี่ยนวิธีอบรมก่อนเข้าสู่ตำแหน่งด้วยกิจกรรมลูกเสือ


วันนี้ (11 ก.ย.)ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ) รักษาราชการแทนเลขาธิการ กพฐ. เปิดเผยว่า ตามที่ได้มีการจัดสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.)ที่ว่างอยู่ 110 ตำแหน่ง ซึ่งได้ประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกบรรจุแต่งตั้งไปแล้ว โดยผู้ผ่านการคัดเลือกจะต้องเข้ารับการอบรมก่อนการแต่งตั้งนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการอบรม แต่สำหรับการอบรม ผอ.สพท.ใหม่รุ่นนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ได้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการอบรมจากการจัดอบรมวิชาการในห้องประชุมไปเป็นการอบรมแบบลูกเสือ เพื่อให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกันและมีปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้น “ที่สำคัญการอบรม ผอ.สพท.ด้วยรูปแบบของลูกเสือ ยังเป็นการสนองพระราโชบายของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เรื่องการสร้างวินัยให้นักเรียน ให้เด็กได้เรียน เล่น และปลูกฝังวินัยอย่างต่อเนื่องด้วย เพราะถ้าผอ.สพท.ซึ่งจะเข้าไปดูแลโรงเรียนในพื้นที่ไม่ได้รับการฝึกฝนมาก่อน ก็อาจจะไม่สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สมบูรณ์ได้ ดังนั้นจึงต้องอบรมให้ความรู้แก่ ผอ.เขตพื้นที่ก่อน โดยเริ่มที่ผอ.สพท.ใหม่รุ่นนี้ ซึ่งผมหวังว่าจะเข้าไปเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงได้”ดร.บุญรักษ์กล่าวและว่า อีกสิ่งหนึ่งที่เป็นการเปลี่ยนแปลงสำหรับ ผอ.สพท.รุ่นนี้ คือ เมื่อได้รับการบรรจุแต่งตั้งแล้วจะต้องทดลองงาน 1 ปี โดยมีตัวชี้วัดกำกับไปด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงตัวชี้วัดให้เหมาะสมที่สุด อย่างไรก็ตามจากการใช้วิธีการทดลองงานกับ ผอ.โรงเรียนไปแล้ว พบว่าโรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี มีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนมากขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก


ศธ. เตรียมเด็กไทยสอบรับพิชซ่า

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ตนได้หารือร่วมกับสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เพื่อเตรียมวางแผนโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือพิซ่าที่จะสอบในปี 2018 ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะการวางรากฐานด้านภาษาอังกฤษ ไอซีที และการออกข้อสอบแนวอัตนัยให้มากขึ้น ทั้งนี้ ศธ.จะมีการตั้งคณะทำงานการวางรากฐานเรื่องดังกล่าวทั้ง 3 ด้าน เพื่อให้การสอบพิซ่าของเด็กไทยมีคุณภาพมากที่สุด เนื่องจากองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ได้สุ่มตัวอย่างนักเรียนอายุ 15 ปี หรือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จากทั่วโลกใน 65 ประเทศ โดยใช้ข้อสอบชุดเดียวกัน ดังนั้น เราจำเป็นต้องเร่งเตรียมความพร้อมในเรื่องเหล่านี้ “เด็กไทยก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสอบพิซ่า เพราะเห็นว่าไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสียกับการสอบ ซึ่งจะต้องสร้างแรงจูงใจในการสอบพิซ่าให้แก่นักเรียน เหมือนสร้างความฮึกเหิมว่าการสอบครั้งนี้เราต้องทำเพื่อประเทศชาติ โดยอาจจะมีการมอบรางวัลให้ด้วย ทั้งนี้ สสวท.และ สพฐ.จะต้องไปวางแนวทางเตรียมความพร้อมให้โรงเรียนอย่างไรบ้าง” รมว.ศธ. กล่าวและว่า อย่างไรก็ตาม ในการมอบนโยบายเรื่องดังกล่าวให้ สพฐ.และ สสวท.ไปดำเนินการนั้น ตนไม่อยากให้เป็นช่องทางในการให้เด็กแห่ไปติวเตอร์ แต่ต้องการให้ครูมุ่งเน้นการเรียนการสอนในห้องเรียนให้เข้มข้นมากขึ้น เช่น สอบวัดความรู้วันต่อวันว่าเด็กเข้าใจในบทเรียนหรือสิ่งที่ครูได้สอนไปหรือไม่


'หมอธี' มอบ สพฐ.ทบทวนเกณฑ์รับนักเรียนในกรณีที่มีเงื่อนไขพิเศษ ชี้กติกาเดิมเปิดช่องทุจริต เพราะตัดสินใจโดยไม่กี่คน ย้ำต้องสร้างความยุติธรรม โปร่งใส ตรวจสอบได้ พร้อมมอบทุกองค์กรหลักวางแนวทางแก้ปัญหานิติกรไม่เพียงพอ

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาทุจริตของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ประชุมได้มีการได้รายงานเรื่องที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีข้อชี้แนะถึงกรณีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เนื่องจากถูกร้องเรียนว่าเรียกรับเงินแลกที่นั่งเรียน ซึ่งเรื่องนี้ ศธ.จะต้องกลับมาทบทวนระบบการรับนักเรียนในกรณีที่มีเงื่อนไขพิเศษใหม่ เพราะที่ผ่านมาการรับนักเรียนในช่องทางนี้เปิดช่องให้นำไปสู่การทุจริตได้ เนื่องจากเป็นการตัดสินจากคนไม่กี่คน และไม่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน บางโรงเรียนรับบริจาคเงินแล้ว แต่ไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินได้ทันที ดังนั้นตนจึงมอบให้ สพฐ.ไปทบทวนหลักเกณฑ์การรับนักเรียนในส่วนของนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ ว่าจะต้องดำเนินการให้เกิดความยุติธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ อีกทั้งยังต้องระบุความหมายของผู้มีอุปการคุณต่อโรงเรียน ว่าอุปการคุณอย่างไร แบบไหนบ้าง “การดำเนินการรับนักเรียนแบบมีเงื่อนไขพิเศษ ผมเข้าใจว่ามีการทำมานานแล้ว แต่การดำเนินการจะต้องทำให้เกิดความยุติธรรม ไม่ใช่รับเงินโดยไม่มีใบเสร็จ คนฝากไม่ใช่คนผิด แต่คนที่รับฝากอย่างไม่มีหลักเกณฑ์ในการดำเนินการจนนำไปสู่การทุจริตถือว่าไม่ถูกต้อง ดังนั้นต้องทำให้ถูกต้องและตรวจสอบได้” รมว.ศธ.กล่าว

 
ความคิดเห็นของผู้เข้าชม
ชื่อผู้แสดงความคิดเห็น :
สถานะ : รหัสผ่าน :
ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
รหัสความปลอดภัย :